ลูกเรียนรู้ช้า ใช่ว่าเรียนไม่ได้
ลงข่าวเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2557,14:58 น.  อ่านทั้งหมด 919 ครั้ง
 คุณพ่อคุณแม่บางคน อาจจะเป็นกังวลเรื่องที่ลูกของตัวเองมีการเรียนรู้ช้า ไม่ทันเพื่อน จนบางคนอาจจะคิดว่าลูกของตัวเองนั้นไม่สามารถเรียนได้ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นการคิดที่ผิดมาก
 
ความสนใจ : เด็กที่เรียนรู้ช้ามีความยากลำบากในเรื่องความสนใจ
 
1. มีความสนใจสั้น ทำงานอะไรไม่ค่อยได้นาน
2. ไม่สามารถยับยั้งสิ่งรบกวนที่มากระทบได้ จึงไม่สามารถจะมีจุดสนใจได้ถ้ามี สิ่งรบกวน
3. ไม่สามารถแยกแยะความสำคัญของสิ่งต่างๆ ไม่รู้จะเลือกสนใจอะไร จึงดู เหมือนไม่มีความสนใจต่อสิ่งใด
 
 
ความจำ : เด็กที่เรียนรู้ช้ามีความจำระยะสั้นไม่ดี แต่สามารถเก็บข้อมูลได้เป็นเวลานาน
 
1. ความจำระยะยาวโดยทั่วไปใกล้เคียงกับเด็กปกติ
2. มีความจำได้ดีถ้าเรื่องนั้นๆ มีความหมาย เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน
3. การถ่ายโยงการเรียนรู้
4. มีความบกพร่องเกี่ยวกับการนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในการแก้ปัญหาใหม่
5. มีความบกพร่องเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้
6. ถ้าทำอะไรสำเร็จ จึงจะทำให้เด็กมีแรงจูงใจในการทำสิ่งใหม่ๆ แก้ปัญหาใหม่ๆ
7. ประสบการณ์ที่ล้มเหลวจะทำให้เด็กแก้ปัญหาใหม่ด้วยวิธีการเดิมซ้ำๆ
 
ข้อมูลจากข้างต้นนี้ เราสามารถนำไปใช้สังเกตลูก หรือครูนำไปสังเกต เด็กในชั้นเรียนได้ แล้วให้การช่วยเหลือ โดยนำเด็กไปทดสอบวัดระดับทางสติปัญญา เด็ก ประเภทนี้จะมีระดับสติปัญญาอยู่ในระดับ 50-70
 
เทคนิคการสอนเด็กเรียนรู้ช้า
 
1. จัดการเรียนการสอนเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม
2. พยายามให้เรื่องที่เรียนมีความสัมพันธ์กับการดำรงชีวิตประจำวันและนำไป ใช้ได้จริง และมีความสอดคล้องกับความต้องการของเด็ก
สอนซ้ำหลายๆ หน
3. ดูแลพัฒนาการและทักษะทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา เพื่อให้เด็กสามารถใช้ศักยภาพของตนเองให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งจะช่วยให้เรียนรู้ได้ดีขึ้น
 
 
ปัจจัยช่วยเด็กบกพร่องทางสติปัญญา
 
จากประสบการณ์ที่ทำให้เด็กดีขึ้น ในการทำงานสอนเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา มากว่า 10 ปี ส่วนใหญ่เด็กจะดีขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับว่าเรามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความ ต้องการ มีเทคนิคเกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมของเด็กแค่ไหน และต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้ด้วยค่ะ
 
1. ต้องมีการประสานงานและร่วมมือกันระหว่างครู ผู้ปกครอง และบุคลากรทุกคนใน โรงเรียน ในการพัฒนาเด็ก
2. ต้องมีความเชื่อว่าเด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ได้และมีความต้องการพัฒนาตนเอง
3. มีความตั้งใจในการสอน
4. มีการวางแผนการจัดการเรียนการสอนอย่างรอบคอบ
5. การจัดการเรียนการสอนต้องมีการยืดหยุ่น มีการสอนทบทวนจนกว่าเด็กจะ ได้ ถ้าเด็กทำไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนวิธีการสอนใหม่ หรือเปลี่ยนสื่อการสอนที่เข้าใจได้ง่าย
6. จัดสื่ออุปกรณ์การเรียนการสอนที่เร้าความสนใจเด็ก

สำหรับใครที่มีปัญหาอย่างนี้ ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งผู้ปกครองและก็ตัวเด็กนะครับ

ที่มา : โดย สุจิตรา สุขเกษม momypedia.com
 
 
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
การแข่งขันฟุตบอล Titan Cup 2016 26 เม.ย. 2560 ผู้เข้าชม: 888
การแข่งขันโครงการ ส่งเสริมการอ่านของอุทยานการเรียนรู้นครราชสีมา ปีการศึกษา ๒๕๕๙ 19 ส.ค. 2559 ผู้เข้าชม: 602
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ถวายพระพรวันแม่แห่งชาติ 2559 15 ส.ค. 2559 ผู้เข้าชม: 824
นักเรียนโรงเรียนสาธิตฯ เข้าร่วมโครงการสามเณร ปลูกปัญญาธรรม ปี 5  18 พ.ค. 2559 ผู้เข้าชม: 1484
เตรียมตัวเพื่อเปิดเทอมอย่างมี "ความสุข" 9 พ.ค. 2559 ผู้เข้าชม: 2774
 
 
แสดงความคิดเห็น
 
 NAVIGATION BAR
 
 สุขศึกษาและพลศึกษาสำคัญอย่างไร? 8 ต.ค. 2557 ผู้เข้ามชม: 26132
 “ กีฬาสานสายใย สายสัมพันธ์ สาธิตสปอร์ตเดย์ 2015 ”  5 พ.ย. 2558 ผู้เข้ามชม: 6106
 เคล็ดลับเรียนเก่ง 31 ส.ค. 2557 ผู้เข้ามชม: 4379
 เตรียมตัวเพื่อเปิดเทอมอย่างมี "ความสุข" 9 พ.ค. 2559 ผู้เข้ามชม: 2774
 เคล็ดลับ 8 วิธีอ่านหนังสือสอบได้อย่างเซียน 31 ส.ค. 2557 ผู้เข้ามชม: 2294
 


 
 
ติดต่อเรา
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ที่อยู่ 340 ถนนสุรณารายณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000
โทรศัพท์ 044-341-367,โทรสาร 044-341-367 E-Mail : satit_nrru@hotmail.co.th
Compatible Browsers : IE7+ , Mozilla FireFox , Chome , Safari , Opera 
The Demonstration School of Nakhon Ratchasima Rajabhat University
© 2014 All right reserved : Powered by Krucomputer
ติดตามความเคลื่อนไหว สถิติผู้เข้าชม  
2 2 0 1 0